หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2560


ข้อมูลสเปคราคาและตารางผ่อนดาวน์ Kawasaki ninja H2 2017



Kawasaki Ninja H2 มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่สปอร์ตกว่าเคย ด้วยการออกแบบจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศพลศาสตร์ ด้านหน้าเน้นเส้นสายปราดเปรียวดุดัน โดดเด่นด้วยไฟหน้าดวงกลมขนาดพอเหมาะขนาบข้างด้วยไฟ LED ขนาดพอเหมาะสวยงามและช่องรับลมสำหรับใช้ระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ด้านข้างออกแบบแฟริ่งคลุมโช้คอัพและเครื่องยนต์อย่างสวยงาม พร้อมเจาะช่องแหวกอากาศอย่างเหมาะสม และยังโชว์เหล็กเฟรมสีเขียวตัดกับแฟริ่งและตัวถังสีเงินเงางาม ส่วนด้านหลังสะดุดตาด้วยไฟท้าย LED ขนาดใหญ่ มาตรวัดของรถออกแบบให้มีทั้งเข็มวัดรอบเครื่องและจอ LCD แสดงการทำงานอื่น ๆ มิติรถยาว 2,085 มิลลิเมตร กว้าง 770 มิลลิเมตร สูง 1,125 มิลลิเมตร ความสูงเบาะ 825 มิลลิเมตร ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 238 กิโลกรัม




ทีเด็ดของ Kawasaki Ninja H2 อยู่ที่เครื่องยนต์รุ่นใหม่ ซึ่งหันมาใช้ระบบซูเปอร์ชาร์จเพิ่มกำลังให้เครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี จนมีกำลังรวมมากถึง 300 แรงม้า นับว่าแรงที่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์พิกัดเดียวกันในขณะนี้ ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อมเกียร์ถอยหลัง เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ ด้านระบบกันสะเทือนจัดโช้คอัพกลับหัวขนาด 43 มิลลิเมตร ด้านหลังเป็นโมโนโช้คพร้อมสวิงอาร์มเดี่ยว ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 330 มิลลิเมตร ด้านหลังเป็นแบบเดี่ยวขนาด 250 มิลลิเมตรKawasaki Ninja H2 มาพร้อมระบบการทรงตัว KTRC ซึ่งสามารถปรับระดับการทำงานได้ถึง 9 ระดับ ทั้งสำหรับรีดพลังแบบเต็มที่บนทางเรียบ และเพิ่มความสมดุลบนท้องถนนที่เปียกลื่น ระบบช่วยจัดการออกตัว KLCM เพิ่มประสิทธิภาพในการออกตัวให้รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น และระบบเบรก KIBS ซึ่งเป็นระบบเบรกที่คาวาซากิพัฒนาต่อยอดจาก ABS ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
สำหรับชื่อของ Kawasaki Ninja H2 เป็นการนำชื่อของมอเตอร์ไซค์สปอร์ต คาวาซากิ นินจา (Kawasaki Ninja) และมอเตอร์ไซค์เจ้าของความเร็วสูงสุดของโลกในปี 1971 อย่างคาวาซากิ เอช2 (Kawasaki H2) มารวมกัน ซึ่งสื่อถึงการผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ากับจิตวิญญาณดั้งเดิมของคาวาซากิ สังเกตได้จากการนำตราสัญลักษณ์ดั้งเดิมของคาวาซากิ เฮฟวี่ อินดัสทรี (Kawasaki Heavy Industry) มาติดลงบนตัวรถด้วย




Kawasaki ninja H2 ได้เปิดตัวออกมาด้วย ราคา 1,498,000 บาท
*ราคารวม VAT แล้ว
*ซื้อเป็นเงินสดหรือผ่อนได้
*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย ตามโปรโมชันของแต่ละสาขา (กรุณาติดต่อสอบถามจากทางศูนย์)
*ราคานี้ยังไม่รวมค่าประกัน ค่าทะเบียนรถ พ.ร.บ. และอื่นๆ (กรุณาติดต่อสอบถามจากทางศูนย์)


Kawasaki ninja H2 ข้อมูลทางเทคนิค

Kawasaki ninja H2 ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,498,000 บาท สำหรับคนที่ต้องการผ่อนชำระ สามารถเปรียบเทียบตามตารางผ่อนดาวน์ ด้านล่างนี้
ตารางผ่อน ดาวน์ Kawasaki ninja H2ตารางผ่อน ดาวน์ Kawasaki ninja H2


*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย ตามโปรโมชันของแต่ละสาขา (กรุณาติดต่อสอบถามจากทางศูนย์)
*ราคานี้ยังไม่รวมค่าประกัน ค่าทะเบียนรถ พ.ร.บ. และอื่นๆ (กรุณาติดต่อสอบถามจากทางศูนย์)






ระบบกันสะเทือนหน้า ใช้ของ KYB แบบปรับระดับครบถ้วน ส่วนระบบเบรกเป็นของ Brembo ขนาดจานดิสก์หน้า 330mm และ หลังขนาด 250mm
Kawasaki H2 จะใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ความจุ 1,043 cc และ Centrifugal Supercharger (Superchager ที่ใช้สายพานไปปั่นแกนเทอร์โบ) ซึ่งสามารถสร้างกำลังได้ถึง 222 แรงม้า แต่ทว่าสเปคที่เปิดเผยออกมานั่น อยู่ที่ 998 cc พ่วงระบบ Centrifugal Supercharger ที่สามารถช่วยปั่นแรงม้าได้บ้าระห่ำถึง 300 ตัว



ด้วยเทคโนโลยี ของ Kawasaki ที่คิดค้นขึ้นโดยที่สามารถรับพลังลมเข้ามา นำมาใช้เป็นพลังงาน Trobo ที่จะสามารถยกระดับแรงม้ามากขึ้นไปอีก บวกด้วยปีก และบอดี้ของตัวรถที่สามารถใช้ประโยชน์จากลมเลยทำให้ความเร็วของ ซุปเปอร์ ไบร์ คันนี้มีกำลังได้ถึง 300 แรงม้าเลยทีเดียว


ส่วนเรื่องความแข็งแรงทนทานขอบอกเลยว่าไม่ต้องห่วงครับ เพราะด้วยโครงที่สร้างขึ้นนั้นมีน้ำหนังเบาเพื่อให้เข้าโค้งได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วมันยังแข็งแรงและสามารถยืดหยุ่นได้เพื่อให้มีความทนทานสูง อีกทั้งยังสามานรถช่วยกระจายความร้อนได้ดีอีกด้วย


เรื่องความปลอดภัยสำหรับนั้นตัวนี้ ใช้เฟรมประเภท เทรลลิสเหล็กไฮเทนซิลพร้อม สวิงอาร์มเมาติ้ง เพลต ระบบกันสะเทือนหน้าก็ใช้ระบบสปริงพรีโหลด ระบบกันสะเทือนหลังก็ใช้แบบยูนิแทร็ค

ระบบเบรค ใช้ระบบเบรคหน้าแบบดูออลเซมิดิสก์โฟลตติ้ง ขนาด 330 มิลลิเมตร พร้อมคาลิปเปอร์แบบดูออล เรเดียล เมาท์ส่วนระบบเบรคหลังใช้แบบซิงเกิ้ลดิสก์ ขนาด 250 มม. พร้อมคาลิปเปอร์แบบ ออพโพสด์ 2 piston


เข็มบอกไมล์ ใช้ทั้ง ดิจิตัล และอัลนาล็อค ควบคู่กันอย่างลงตัวแม็คที่มาพร้อมกับความทนทาน และความโดดเด่น ที่เป็นรูปดาว
สี Kawasaki ninja H2Kawasaki ninja H2 สีเทา 2016


Yamaha R1 ปี 2015 ซูเปอร์ไบค์จากสนามแข่งราคา899,000 บาท



Yamaha เปิดตัวซูเปอร์ไบค์เรือธงคู่ Yamaha R1 และ Yamaha R1M แรงครบทั้งในสนามแข่งและบนถนน ราคาเริ่ม 899,000 บาท

เรียกได้ว่าตลาดมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ในประเทศไทยยังคงความร้อนแร­งอย่างต่อเนื่อง เพราะแต่ละค่ายผู้ผลิตต่างก็ขนเอาบิ๊กไบค์ทุกระดับมาทยอยเปิดตั­วกันตลอดทั้งปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในงาน Bangkok International Motor Show2015 ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่หลาย ๆ ค่ายเปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่กันอย่างคึกคัก รวมถึงยามาฮ่า (Yamaha) ที่ได้ใช้โอกาสในงานแสดงยานยนต์ครั้งใหญ่ของบ้านเรา เปิดตัวซูเปอร์ไบค์ระดับเรือธงรุ่นใหม่อย่าง ยามาฮ่า อาร์1 (Yamaha R1) รุ่นปี 2015 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2014 ที่ผ่านมาให้คนไทยได้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้ว

ซูเปอร์ไบค์ค่ายส้อม เสียงมีด้วยกัน 2 รุ่น ได้แก่ ยามาฮ่า อาร์1 (YamahaR1) และยามาฮ่า อาร์1เอ็ม (Yamaha R1M) โดยทั้งสองรุ่นจะมีดีไซน์และขนาดเหมือนกัน แต่มีรายละเอียดอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน โดยด้านมิติรถยาว 2,055 มิลลิเมตร กว้าง 690 มิลลิเมตร สูง 1,150 มิลลิเมตร ความสูงเบาะ 860 มิลลิเมตร ฐานล้อกว้าง 1,405 มิลลิเมตร ส่วนน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 199 กิโลกรัม







Yamaha R1 ออกแบบเน้นความโฉบเฉี่ยวสมกับเป็นซูเปอร์ไบค์ระดับเรือธงของค่า­ย เริ่มตั้งแต่ไฟหน้า LED คู่ ขนาบข้างช่องรับลมและไฟเดย์ไลท์ LED เป็นเส้นสวยงามและแนบเนียนจนดูเหมือนรถแข่ง MotoGP ที่ไม่มีไฟหน้าเลยทีเดียว








แฟริ่งด้านข้างเน้นความปราดเปรียวด้วยจำนวนที่น้อยแต่พอดีกับกา­รรีดลม ทั้งยังโชว์โครงสร้างของตัวรถที่สวยงามโดดเด่น อีกทั้งยังใส่ใจรายละเอียดอย่างดีด้วยการออกแบบถังน้ำมันให้มีร­ูปทรงเหมาะสมเสริมสมรรถนะการรีดลมได้เป็นอย่างดีทั้งยังสวมล้ออ­ัลลอยขนาด 17 นิ้ว ยางหน้ามีขนาด 120/70 ส่วนยางหลังขนาด 190/70





ด้านท้ายสวยจบไม่ต้องเสริมเพิ่มเติมกับไฟท้าย LED แนวยาว ที่สวยงามลงตัวรับกับรูปทรงโฉบเฉี่ยวของตัวรถตลอดคันเป็นอย่างด­ี






ในส่วนของ Yamaha R1M จะเพิ่มความพิเศษกว่าด้วยแฟริ่งที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่­ให้ทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักเบากว่า อีกทั้งยังสวมยางหลังหนากว่าที่ 200/70 เหมาะกับการใช้งานในสนามแข่งมากกว่าเดิม









Yamaha R1 และ Yamaha R1M ยังชูจุดเด่นที่มาตรวัดหน้าจอสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว แสดงผลข้อมูลของตัวรถอย่างครบถ้วน และยังสามารถใช้ปรับแต่งค่าของระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่มีให้อ­ย่างมากมายภายในรถได้ทันที












ด้านเครื่องยนต์ของทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 998 ซีซี ซึ่งให้กำลังมากถึง 200 แรงม้า แรงบิด 112.4 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มิลลิเมตร ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 มิลลิเมตร พร้อมระบบเบรก ABS และระบบจัดการเบรกของยามาฮ่าที่ช่วยควบคุมการหยุดรถได้อย่างแม่­นยำทั้งบนถนนและสนามแข่ง

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าใช้โช้คอัพกลับหัวปรับแต่งสำหรับสนามแข่­งจาก KYB ขนาด 43 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลังเป็นโช้คอัพสปริงพร้อมสวิงอาร์มปรับตำแหน่งได้ โดยใน Yamaha R1M ด้านหลังจะใช้โช้คอัพพิเศษจาก Ohlins ที่มาพร้อมระบบปรับช่วงล่างแบบไฟฟ้า ทำงานคู่กับระบบควบคุมการขับขี่ของยามาฮ่า ช่วยปรับแต่งสมรรถนะของช่วงล่างได้อย่างหลากหลายและทันใจ
ด้านระบบช่วยการขับขี่ Yamaha R1 จัดระบบ Yamaha Ride Control หรือ YRC ที่รวมเอาทุกระบบที่จำเป็นเข้าด้วยกัน ทั้งระบบควบคุมการยึดเกาะถนน TCS ระบบป้องกันล้อหลังไถล SCS ระบบช่วยออกตัว LCS ระบบป้องกันล้อยก LIF ระบบช่วยเปลี่ยนเกียร์ QSS พร้อมโหมดการขับขี่แบบ Street และ Track ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับที่ล้อ เซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว 6 ทิศทาง และคอมพิวเตอร์ CPU ที่คำนวณและสั่งการระบบต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วซึ่งทั้งหมดนี้สามารถตั้งค่าเป็นโหมดการขับขี่เ­ฉพาะในแต่ละสถานการณ์ได้ 
ส่วน Yamaha R1M นอกจากจะมีระบบทั้งหมดนี้แล้ว ยังเพิ่มเติมด้วยระบบสื่อสาร CCU ที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลการขับขี่ในสนามแข่งอย่างแม่นยำทั้งตำแห­น่ง การขับขี่ในสนาม รอบเครื่องยนต์ ความเร็วที่ใช้ ตำแหน่งเกียร์ และอื่น ๆ ซึ่งละเอียดพอ ๆ กับที่นักแข่งใช้กัน แถมระบบดังกล่าวยังเชื่อมต่อกับระบบ YRC เพื่อควบคุมและตั้งค่าจากระยะไกลได้ด้วย
นักบิดชาวไทยสามารถเป็น เจ้าของซูเปอร์ไบค์ระดับ 1,000 ซีซี รุ่นล่าสุดจากยามาฮ่าได้แล้ว โดย Yamaha R1 มีราคาอยู่ที่ 899,000 บาท ส่วน Yamha R1M ราคา 1,199,000 บาท ใครที่สนใจก็สอบถามได้ที่ตัวแทนจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ยามาฮ่าทั่วป­ระเทศได้เลยครับ


















































วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560

โรงงานเซรามิค เถ้า ฮง ไถ่ ตั้งอยู่ ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ได้ก่อกำเนิดขึ้นมาเกือบ 80 ปี เป็นโรงงานที่ผลิตงาน เซรามิคหรืองาน เครื่องปั้นดินเผาแห่งแรกอย่างโอ่งมังกรที่เราๆ รู้จักกันดี ด้วยเพราะที่จังหวัดราชบุรีแห่งนี้มีเนื้อดินชั้นดีที่เหมาะ แก่การนำมาปั้นโอ่งมังกรนั่นเอง แต่ด้วย ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปการนำโอ่งมาใช้เป็นภาชนะกักเก็บน้ำก็เริ่มลดน้อย ลงคนหันไป ใช้น้ำประปาที่ไหลมาจาก๊อกน้ำมากขึ้น โอ่งจึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่ง ของเครื่องประดับตกแต่งบ้านแทน จึงทำให้โรงงานแห่งนี้ต้องมี การปรับ เปลี่ยนรู้แบบการทำเซรามิคให้ดูร่วมสมัยมากขึ้นทั้ง กระถาง อ่างบัว แจกัน โอ่ง โต๊ะ เก้าอี้ ที่ใส่เทียนหอม หรือตุ๊กตา ประดับฝาผนัง เป็นต้น
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ เถ้าฮงไถ่ คือนำเอารูปทรงดั้งเดิมมาประยุกต์ ใช้กับสีสันที่ร่วมสมัย เป็นการผสมผสานระหว่างอดีตกับปัจจุบัน จนกลายเป็น เอกลักษณ์ที่สร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ของ “เถ้าฮงไถ่” นอกจากนี้ยังมีการพัฒนารูปแบบใหม่ๆ ออกมาทุกๆ 1-2 เดือน ก็เป็นการสร้างจุดเด่น และเกิดความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ส่วนราคาอยู่ที่ขนาดของและสีสัน ความยากง่าย ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 100 บาท ถึงหลักหมื่น โดยแบ่งเป็นแบบต่าง ๆ ดังนี้ 1. เครื่องปั้นดินเผาแบบที่โรงงานต่างๆ ในราชบุรีผลิต 2. เครืองปั้นดินเผาแบบ ไม่เคลือบดินสีแดงตามรูปแบบของไทย 3. เครื่องปั้นดินเผา แบบกวางตุ้งของจีนซึ่งมีทั้งสีเดีย วและหลายสีในชิ้นเดียวกัน 4. เครื่องปั้นดินเผาแบบปังโคย

โดยเขียนสีน้ำเงินหรือลายสีใต้เคลือบ 5. เครื่องปั้นดินเผาแบบเมืองกังไส มีทั้งชนิดแตกลายงาและแบบไม่แตกลายงา ทุกอย่างล้วนผ่าน การออกแบบ อย่างพิถีพิถันเพื่อให้เกิดความ สวยงาม สีสันสดใสและการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในรูปแบบของโมเดิร์น เซรามิค ปัจจุบันโรงงานเถ้าฮงไถ่ ผลิตเครื่องปั้นดินเผาตามแบบที่ลูกค้าสั่ง จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โรงงานเถ้าฮงไถ่แห่งนี้ เปิดต้อนรับให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาดูถึงวิธี การทำและขั้นตอนการผลิตข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของโรงงานแห่งนี้ ได้ทั้งการปั้นและ การเขียนลายโดยช่างผู้ชำนาญ พร้อมมีนิทรรศการงานศิลปะ จัดแสดงสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ด้านหน้าเป็นลานสนามหญ้ากว้าง จัดทำเป็นร้านกาแฟเก๋ไก๋สำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน มีมุมสวยๆ ให้นั่งจิบกาแฟหรือจะโพสต์ท่าถ่ายรูป เก็บไว้เป็นที่ระลึก อยู่หลายจุด บริเวณโดยรอบจัดตกแต่งด้วยงานเซรามิคสีสันสดใสสลับกับต้นไม้สีเขียวอย่าง ลงตัว ชอบสินค้าชิ้นไหนก็สามารถซื้อหา กลับบ้านได้ทันที มาเที่ยวที่นี่ต้องอึ้งกับเชรามิกที่มีมากมายเป็นแสนเป็นล้านชิ้นเลยทีเดียว

โรงงานเถ้าฮงไถ่
ตั้งอยู่ที่ 234/1 หมู่ที่ 2 ถนนเจดีย์หัก ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี โทร. 032-337574, 032- 323630
หรือ www.thtceramic.com เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ภายในโรงงาน
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
เดินไปทางไหนก็จะเห็นเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิควางตลอดทาง
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
บรรยากาศสวนเซรามิคด้านหน้า
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
บรรยากาศของร้านกาแฟ
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี
เถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรีเถ้า ฮง ไถ่  ราชบุรี